พรุ่งนี้แล้วสินะ...
 
We may make out plans, but God has the last word.
Ask the Lord to bless your plans,
and you will be successful in carrying them out.
(Proverbs 16:1,3)
 
 

package สวยๆ อาจช่วยได้

posted on 08 Jun 2009 23:04 by glorybloom  in ShowCase
เสาร์-อาทิตย์ทำของที่เค้าสั่งไว้...
 
 แล้วทำ package เพิ่มเติมไปอีกหน่อย... 
ดูดีขึ้นเยอะเลย
 
ดูกันเลยดีกว่า
 
ที่มีคนว่าสวย... สวยกว่างานที่ถักคือ การ์ด
 
 
 ก็หวังว่าคนรับของจะชอบใจ...
 
 
ปล. คืนนี้ไม่รู้เป็นไง เน็ทไม่ค่อยสบาย... ใช้ความพยายามมากมายทีเดียวกว่าจะอัพบล็อคได้สำเร็จ

เว็บขายของสังกัดไหนดี???

posted on 07 Jun 2009 23:57 by glorybloom  in Opinion
วันนี้เพื่อนเข้ามาปรึกษา
บ้านเค้าขายอุปกรณ์เย็บผ้า... อยากเปิดเว็บขายของเสริม
ไอ้เราเป็นแต่เว็บบล็อคขายเล่นๆ 
ที่เป็นเว็บขายของก็เคยแต่เล่นของ weloveshopping
ซึ่งเราเองรู้สึกว่าถ้าเป็นพวกของงานฝีมือ... มีคนเข้ามาน้อยไปหน่อย
แต่นั่นก็เป็นความคิดของเราคนเดียว
ที่ก็ไม่รู้ว่าจริงๆ เป็นเพราะเราไม่ได้จริงจังกับการขายเพียงพอหรือเปล่า
เำืพื่อนๆ คิดว่าไงบ้างค่ะ...
มีประสพการณ์กับเว็บขายของสังกัดไหน
แชร์กันหน่อย...
เพื่อนเราควรจะไปเปิดร้านอิงสังกัดไหน
ก็แนะนำกันด้วยนะคะ 
ได้นั่งคิด มองดูชีวิตตัวเองในวันนี้....
 
ในความรู้สึก... เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กม.ปลาย
 
 
อายุจริงๆ ก็พอควรแล้ว (เลิกนับมานานแล้วหล่ะ )
ที่ว่ากลับไปเป็นเด็กม.ปลายนี่.. เป็นเพราะ
รู้สึกว่ากลับไปเป็นเด็กมีความฝันที่อยากจะทำโน่นทำนี่
มีแรงใจ สนุกสนาน และรื่นเริง
เหมือนเมื่อครั้งอยู่ ม.ปลาย
 
ก่อนหน้านี้... เป็นผู้ใหญ่หดหู่ มองโลกอย่างไร้จินตนากาล
ไร้แรงใจจะทำอะไร... ได้แต่คอยอ่านหนังสือ How To ตามร้านหนังสือ
ก็พวก ร้อยแปด พันก้าว วิธีมีความสุขในที่ทำงาน
หรือเคล็ดลับประสพความสำเร็จอะไรประมาณนี้
อ่านดูก็ดี... แต่ไม่เคยทำได้... เพราะใจมันไม่ให้ความร่่วมมือ
 
เคล็ดลับอะไรหรือที่ทำให้เรา Young at Heart
รู้สึกเป็นเด็กม.ปลายได้...
 
นั่นก็คือ...
 
"'... these 3 things remain:

FAITH, HOPE and LOVE;

and the greatest of these is LOVE"

( 1 Corinthians 13:13)
 
 
 ใช่แล้ว... เคล็ดลับก็คือ การที่ชีวิตมี ความเชื่อ ความหวัง และความรัก
 
 
ไม่เชื่อก็ลองค้นหา 3 สิ่งนี้มาเข้ามาในชีวิตสิ...
แล้วคุณจะมี ใจที่สดใสเป็นเด็กๆ (Young at Heart) อยู่เสมอ
 
 
 
 
 
ปล.1 = คิดถึงประเด็นนี้ขึ้นมาได้ เพราะวันนี้นั่งทำที่รองข้อมือใบ clover... ความหมายของใบ clover ก็เหมือนกับเคล็ดลับ (จากข้อพระคำในไบเบิ้ล) ที่บอกไป... ใบที่หนึ่งคือ Faith ใบที่สองคือ Hope ใบที่สามคือ Love ส่วนใบที่สี่จะเป็น Luck ดังนั้น ใบ clover จึงเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี
 
ปล.2 = สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรัก.. ความรักนี้คือรักจริงๆ ไม่ได้จำกัดแค่รักแฟน แต่รู้จักความรักที่แท้จริง รักคนรอบข้าง คนในครอบครัว เพื่อนๆ ฯลฯ ... เพราะตัวเรา ถึงแม้จะมีความรักอยู่เต็มหัวใจ แต่ก็ยังหาแฟนไม่ได้สักคนเลย  
 
 
 

วันนี้เป็นวันดีๆ...

แม้ว่าจะเหนื่อยอ่อน และรู้สึกกำลังจะเป็นไข้ก็ตาม

 

วันดีๆ ก็เพราะ...

วันนี้มีคนสั่ง handmade เรามาแล้ว... เย้

 

เค้าสั่งเจ้านี่...

 

กับเจ้านี่...

 

ดีใจสุดๆ 

เสาร์-อาทิตย์นี้งานเข้าซะแล้ว 

 

 

ปล. ยังคงพยายามอัพบล็อคทุกวันต่อไป

ยังไงก็ช่วยๆ กันทักทายให้ comment เป็นกำลังใจ

รดน้ำให้เจ้าดอกไม้มันผลิบานด้วยนะคะ 

ลมกันโชกแรงในที่ทำงาน

posted on 04 Jun 2009 16:34 by glorybloom  in Story

ผ่านเดือน June มาเป็นวันที่ 4

เข้า Exteen มาทุกวัน.. แต่เพิ่งเข้าใจว่า June Write เป็นไง

คงไม่สายถ้าจะเพิ่งเริ่มต้นความพยายามในการเขียน blog ทุกวัน

ยังไง.. ก็ช่วยรดน้ำต้นไม้เป็นกำลังใจกันให้ด้วยนะคะ

 

เรื่องที่จะเล่าให้ฟังก็มีอยู่ว่า...

วันก่อนเข้าไปคุยกับรุ่นน้องในที่ทำงานคนหนึ่ง

ถามเค้าเกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเจ็คนึงที่กำลังจะเริ่มทำ

แล้วเล็งให้น้องเค้าเข้ามาเป็นทีมงาน

 

คุยได้ไม่เท่าไหร่.. น้องเค้าก็มีปฏิกิริยาต่อต้านขึ้นมาทันที

เค้าพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พูดบ่นอย่างเดียวว่า

"โปรเจ็คนี้ไม่เป็นมีประโยชน์เลย ก็บอกแล้วว่าแผนกอื่นนั่นแหละที่ต้องทำความเข้าใจ

แล้วก็ปรับปรุงตัวเอง..." แล้วก็บ่นๆ ๆ ๆ ว่า ๆ ๆ ๆ

จะอธิบายให้ฟังก็ไม่ยอมรับฟัง

ต่อต้านคนอื่นอย่างเดียว.. คิดแต่ว่าเราช่วยแต่แผนกอื่นไม่ได้มีประโยชน์กับเค้าเลย

เค้าไม่ยอมเข้าใจว่าสภาพธุรกิจตอนนี้มันอยากลำบากขนาดไหน

เราต้องร่วมมีกันฝ่าวิกฤตสิ.. ไม่ใช่มานั่นโทษกัน 

 

ฟังแล้วก็เสียกำลังใจเป็นที่สุด

ยังไม่ทันเริ่มงานก็เจอคนคิดแต่ในแง่ลบ คิดแต่ว่าคนอื่นผิด คนอื่นแย่และโง่

แต่ไม่ยอมร่วมมือกันเผชิญหน้ากับปัญหา และแก้ปัญหาร่วมกันเลย

.

.

.

.

แทนที่เราจะโกรธ และโต้เถียงกับรุ่นน้องคนนี้...

เรากับรู้สึกว่า...

" น้องค่ะ ทำไมน้องต้องโมโหอยู่ตลอดเวลา

รู้ไหมว่าหัวใจเราเต้นเร็วขึ้น หายใจได้สั้นลง

ตาเริ่มขวาง เสียงเริ่มแข็ง "

ฝังตัวเองก้บความผิดหวังสิ้นหวังในงาน

ให้มันครอบงำทุกอย่างในชีวิต... แล้วมันมีประโยชน์อะไรขึ้นมา

สุขภาพจิตมีแต่แย่ลง... แก้ปัญหาฝ่าวิกฤตอะไรก็ไม่ได้

.

.

.

.

เราก็ได้แต่อธิษฐานเผื่อเค้า

ให้น้องเค้าได้รู้ถึงความหมายและคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต

ที่จะรู้ที่จะทำแต่ละนาทีในชีวิตให้มีแต่สันติสุขในใจ

หวังว่าสักวันนึงเค้าจะเข้าใจ...

 

เพิ่งรู้ความจริงอย่างหนึ่งว่า...
โดยทั่วไประดับหูของเราจะตรงกับระดับตาพอดี
ทำให้เมื่อเราสวมแว่นแล้ว ขาแว่นที่เกี่ยวหูจะพอดีกับระดับตา
 
สวมแว่นมานาน... รู้สึกมาตลอดว่าแว่นมันกดจมูก.. ทำให้เป็นรอที่จมูก
แล้วก็รู้สึกหนักๆ ที่จมูก
 
การไปตัดแว่นครั้งล่าสุด...
กลับไปร้านประจำที่เคยไปตั้งแต่ม.ปลาย
คนขายยังเป็นคนเดิม... มีความชำนาญมากมาย...
เลือกแว่นให้เหมาะกับหน้าเราได้อย่างดี.. พูดคุยกันถูกคอ
 
แล้วเค้าก็บอกกับเราสิ่งหนึ่งที่เราเองไม่เคยรู้...
"หูของน้องอยู่สูงขึ้นไปหน่อย"
 
... หรือแปลง่ายๆ คือ ตาน้องควรจะอยู่ระดับคิ้วจ้า...
 
นั่นหน่ะสิ... ก็ว่าอยู่ว่าทำไมเราเวลาเราซื้อกรอบแว่นใหม่...
ต้องมีการดัดขาแว่น จมูกแว่นเสียมากมาย...
ถ้าไม่ได้ดัด.. เราก็จะหนักๆ ที่จมูก
 
ก็หูเราไม่ได้รับน้ำหนักแว่นเลยนี่นา... ก็มันอยู่สูงไปผิดส่วนหน่ะสิ
 
 
 
แล้วคุณหล่ะ... หูอยู่ระดับตาปกติดีหรือเปล่า ?